ทุกคนรู้ไหมว่า กว่าจะเกิดอาคาร สะพาน กระบวนการผลิต หรือการสกัดทรัพยากรที่สำคัญแต่ละแห่ง ต้องใช้ระยะเวลานานและอาศัยความเชี่ยวชาญเพียงใด?
เมื่อก่อน :
ใช้การคำนวณและตรวจซ้ำทีละขั้นตอน
ระบบโครงสร้าง ไฟฟ้า และเครื่องกล แยกส่วนกันทำงาน
สายการผลิตอาศัยแรงงานคนเป็นหลัก (Manual Production) ยังไม่มีระบบอัตโนมัติหรือหุ่นยนต์เข้ามาช่วยจัดการ
การวิเคราะห์สารหรือการสำรวจแหล่งแร่ต้องลงพื้นที่สุ่มตัวอย่างและรอผลทดสอบทางกายภาพที่ใช้เวลานาน
ภาพรวม : แก้ไขได้ช้า แต่สามารถควบคุมเป็นจุด ๆ ได้ชัดเจน
วันนี้ :
ใช้ซอฟต์แวร์ หรือ BIM มาช่วยออกแบบ จำลอง และวิเคราะห์ผลได้ทันที
เชื่อมโยงทุกระบบเข้าด้วยกัน
เปลี่ยนสู่ Smart Factory ที่มีหุ่นยนต์แขนกลและ AI ช่วยควบคุมการผลิตให้แม่นยำและรวดเร็วขึ้นหลายเท่าตัว
ใช้เซนเซอร์อัจฉริยะวิเคราะห์ปฏิกิริยาเคมีแบบ Real-time และใช้เทคโนโลยี Remote Sensing ในการทำเหมืองที่แม่นยำและปลอดภัยขึ้น
ภาพรวม : ทำงานได้เร็วขึ้น แต่หากเกิดความผิดพลาดเพียงจุดเดียวอาจกระทบได้ทั้งระบบ
นี่คือเหตุผลที่งานวิศวกรรมไม่อาจเปลี่ยนไปตามเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเปลี่ยน “อย่างมีกรอบ”
บทบาทของสภาวิศวกร คือ การวางกรอบกำกับ และดูแลมาตรฐานวิชาชีพ เพื่อให้การนำเทคโนโลยีมาใช้ในงานวิศวกรรมทุกสาขา ยังคงคุณภาพและความปลอดภัยในทุกบริบทการทำงาน เพราะอนาคตของประเทศไม่ได้วัดจากความเร็วของเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่วัดจากระบบวิศวกรรมที่ ทันสมัย ปลอดภัย และยั่งยืนไปพร้อมกัน
#สภาวิศวกร#วิศวกร#BuildingtheFutureforBetterThailand
#COE#COETogether#EngineeringForThailand





